ผู้ที่ทำธุรกิจการค้าหรือธุรกิจ ตั้งแต่กางเต้นท์ขายหมูปิ้งจนกระทั่งเปิดโรงงาน ย่อมจำเป็นต้องทั้งยังลงทุน ลงแรง รวมทั้งมีเป้าหมายเป็นความรุ่งโรจน์ เติบโต แต่ว่าถ้าหากผลสรุปมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น รวมทั้งเปลี่ยนเป็นว่าวันนี้มันกำลังลดน้อยล่ะ?…

สิ่งหนึ่งที่พวกเราจะต้องไม่ลืมเลือนเป็น ไม่ว่ากิจการค้าหรือธุรกิจใด เพียงแค่ได้เปิดปฏิบัติงาน มันยังไม่เรียกว่าเสร็จ และก็แม้ว่าจะเปิดมานานรุ่งเรืองจนถึงมีความรู้สึกว่าเสร็จ ก็มิได้แปลว่าส่วนมากจะ ขายดิบขายดีแล้วเลิก” กันเสียเมื่อใด อย่างไรก็จำเป็นต้องดำเนินกิจการไปต่อ ฉะนั้น วันนี้แม้ว่าจะดีอยู่คราวหน้าบางทีอาจพบวันที่กิจการค้ามันกำลังลดน้อยก็ได้

จริงๆแล้ววิธีการธุรกิจ เขาก็มีอยู่ในเรื่อง ยุทธวิธีการลดน้อย (Retrenchment strategies) ตามตำราธุรกิจ หรือถ้าเคยเรียน MBA มาก็จะต้องได้ศึกษาเล่าเรียนแนวทางนี้ แต่คนใดกันล่ะจะต้องการเอาใจใส่พอใจ ส่วนมากพวกเราก็มุ่งเป้าไปที่การเดินหน้า เติบโตกันทั้งมวล บางเวลาเคยเรียนมา อ่านมา ลืมไปเลยเพราะมีเรื่องมีราวนี้อยู่ สรุปว่าทวนกันก่อนสักนิด

ยุทธวิธีการลดน้อย (Retrenchment Strategy)
มีกลอุบายหลักอยู่ ประการดังต่อไปนี้ เป็น

Turnaround Strategy (ยุทธวิธีเปลี่ยนแปลงตัวเองหรือปรับพฤติกรรม)
Divestment Strategy (
อุบายถอนทุน)
Liquidation Strategy (
อุบายออกมาจากธุรกิจล้มเลิกกิจการ)
แนวทางโดยมากคล้ายคลึงกันแม้กระนั้นนิยามรวมทั้งคำชี้แจงต่างๆนาๆบ้าง ส่วนหนึ่งส่วนใดก็ตามช่วงรวมทั้งการนำไปประยุกต์ สำหรับผมแล้วคิดว่าทั้งยัง แผนการใช้เรียงตามน้ำหนักของการลดน้อย รวมทั้ง รู้สึกตัวหรือยัง?” ด้วย พูดอีกนัยหนึ่ง หากธุรกิจเริ่มเป็นขาลง ลูกค้าเริ่มหาย หรือมองเห็นสัญญาณภาวะเศรษฐกิจประเทศ/โลก ไม่ค่อยดี บางทีอาจใช้การปรับพฤติกรรม หรือเปลี่ยนแปลงตัวเอง (Turnaround) ก่อนได้ในทันที ดังเช่น ลดการประเมินแนวทางการขาย ลดการสต๊อกผลิตภัณฑ์ ลดพวกทุนที่ไม่นำมาซึ่งรายได้ (sunk cost) ทำนองนี้จะช่วยต่ออายุธุรกิจการค้าได้ คอยอะไรให้ดียิ่งขึ้น หรือหาจังหวะเปลี่ยนแปลงปรับปรุงไปต่อ กระทั่งผลิตภัณฑ์เริ่มไม่นิยม ก็แปลง หันไปทำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีอนาคต ก็ถือเป็นการปรับนิสัยที่ไม่เลว

คิดกล้วยๆได้ว่าจะ สู้ ถอย หรือ หนี’ นี่แหละกลอุบาย

ตามที่พูดว่าแต่ละคนแต่ละหนังสือเรียนก็บางทีอาจแปลความหมายให้คำชี้แจงที่แตกต่างบ้าง หรือมียุทธวิธีมากมายกว่า ข้อนี้ แต่ว่าส่วนตัวเห็นว่ามันก็ครอบคลุมแล้ว ถ้ามองออกในรูปภาพรวม ซึ่งพินิจพิจารณากันกล้วยๆอีกทั้ง ข้อซึ่งก็คือการที่คิดเพียงแค่ว่าพวกเราจะ สู้ถอยหนี (Turnaround-Divestment-Liquidation) นี่แหละกลุยุทธ์ ก็แค่จะสู้ ถอย หนี มันก็ควรมีท่วงที

อย่างข้อต่อมา การถอนทุน (Divestment) ก็จำเป็นต้องรู้เรื่องว่ามันหนักเกินกว่าจะสู้ให้ชนะ หรือรู้สึกตัวช้าไปหน่อยเสมือนที่กล่าวไป ก็จะต้องถอยมาบ้าง เคยยอดจำหน่าย ล้าน เหลือ แสน ก็ทำเช่นไรให้ แสนยังคงเป็นผลกำไร ไม่ใช่ยอดจำหน่าย แสนที่ขาดทุนก็พอแล้ว อะไรทำนองนี้ เรียกว่าจะต้องเห็นด้วย หรือจากเช่าห้องใหญ่มโหฬารทำเลดี ก็ยอมย้ายไปห้องเล็กในซอกซอย แม้กระนั้นลุกค้าเก่ายังตามมา กิจการค้าถึงแม้ไม่ดีเหมือนเดิมก็ยังเป็นกิจการค้าที่ทำเงิน หากในธุรกิจใหญ่เขาก็เลือกขายนิดหน่อยธุรกิจไป ฯลฯ

ในที่สุดหากไม่ไหวก็จำเป็นต้อง ออกมาจากธุรกิจ (Liquidation) ที่ทำเป็นหลายแบบ จะว่าไปก็หลายระดับด้วย ขึ้นกับว่า เลิก” ตอนห่วยแตกขนาดไหน อาทิเช่น ถ้าหากขายธุรกิจการค้าถัดไปเพื่อควบรวมธุรกิจการค้าอื่น (เซ้งแนวนี้ผู้บริโภคได้ประโยชน์ และก็เขาเห็นค่า พวกเราก็จะได้ราคา (ทุนคืนมากมายหน่อย หรือ การแยกขาย ก็บางทีอาจได้ราคาดีเป็นบางสิ่ง แม้กระนั้นเสียเวล่ำเวลาดำเนินงานมากมาย ราวนี้เป็นการออกจากธุรกิจ

ส่วนใดส่วนหนึ่งพอนึกว่าธุรกิจลดน้อย หลายๆคนมองดูแม้กระนั้นจำเป็นต้องกำลังล้มเลิกกิจการสิ่งเดียว จริงๆแล้วตรงกันข้าม มันเป็นวิธีการที่มิได้จะเลิกแต่ว่าจะทำยังไงในสภาวะแบบนั้นให้เยี่ยมที่สุด เผื่อบางทีอาจจะกลับมาฟื้น(ในธุรกิจใหม่ก็ได้นะ ในที่สุด แม้ว่าจะล้มเลิกกิจการ ขายธุรกิจ แม้กระนั้นพวกเราก็จะต้องคิดถอนทุนหรือหาผลประโยชน์ให้เยอะที่สุดก่อน เพื่อเริ่มต้นใหม่ถัดไป

ที่เขียนไปเป็นเพียงแต่แนวทางโดยประมาณแบบทำความเข้าใจ ความจริงหลายวิธีการไม่เคยเก่า เพียงแค่รู้เรื่องมากแค่ไหน ปรับใช้ได้ขนาดไหน รวมทั้งต่อยอดได้เพียงใด หลายเรื่องที่ผมศึกษาเล่าเรียนก็ชอบพบว่าล้วนต่อยอดจากเดิมตามบริบทที่เป็นปัจจุบันนี้เพียงแค่นั้น ที่สำคัญใช้ประโยชน์ให้ได้ก็เพียงพอ

กลอุบายที่สำคัญที่สุด
ส่วนใดส่วนหนึ่งบทความธุรกิจของผมผู้ที่อ่านจำนวนมากเป็นคน ต้องการทำธุรกิจการค้า ทำธุรกิจ หรือเริ่มทำ รวมทั้งน่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจ ที่เมื่อธุรกิจลดน้อยแล้วความรู้สึกจะไม่เหมือนกับนักบริหารมือโปร หรือ CEO บริษัทใหญ่ที่ไม่ว่าจะเช่นไรความสัมพันธ์มันแตกต่างกัน

เวลาสร้างความสัมพันธ์ กับธุรกิจก็ไม่ได้ต่างอะไรกัน

เพราะว่าธุรกิจที่สร้างกับมือ ยิ่งทำมานาน มันเคยดี มันเคยให้อะไรพวกเรามาหลายแบบ แล้วมาลดน้อยอาจเกิดเรื่องที่ยากเห็นด้วย ด้วยเหตุว่าเวลาสร้างความสัมพันธ์ กับธุรกิจก็ไม่ได้มีความแตกต่างกัน หรือแม้กระทั่งเป็นธุรกิจที่พึ่งจะเริ่มไม่นานแต่ว่ากว่าจะรวบรวมทุน จะต้องลงแรง ตั้งใจจริงตั้งอกตั้งใจ แล้วผลไม่เป็นดังหวัง ความรู้สึกนั้นยากจะชี้แจง

แผนการสำคัญในวันที่ธุรกิจลดน้อยก็เลยเป็นการ รู้เรื่องแล้วก็สารภาพ” ซึ่งย้ำว่า จำเป็นต้อง รู้เรื่อง” ว่ากำเนิดอะไรขึ้น แล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อย เห็นด้วย” ว่ามันไปต่อไม่ติด หากยังไม่รู้เรื่องแล้วสารภาพก่อนอันนั้นบางทีอาจเป็นเพียงแค่ ยอมยกธงขาว” ซึ่งไม่สมควรยอมยกธงขาวกล้วยๆครับผม สู้

ธุรกิจที่ปั้นมาพร้อมกับมือ ที่คนไหนกันไม่เป็นตัวเองมันยากจะเข้าดวงใจ ถ้าหากคนมีหลายธุรกิจแล้ว ก็ประสบการณ์สูงแล้ว บางทีอาจอยู่ในข่ายรวยแล้ว เสียบ้างเจ๊งบ้าง กระทำตามยุทธวิธีทั่วๆไปไม่ยากเย็นนัก แต่ว่าสำหรับผู้ที่เพิ่งจะมี พึ่งสร้าง หรือมีธุรกิจเดียว การให้เอาอย่างอุบายธรรมดาเลยนั้นมันจะมีเรื่องมีราวของ จิตใจ” มาเกี่ยวพัน ก็จำเป็นต้องระมัดระวัง เพราะว่าพวกเราจะเอาอารมณ์มาเหนือเหตุผล

การรู้เรื่องแล้วก็เห็นด้วย” มันบางทีอาจไม่ใช่แผนการเป็นจริงเป็นจังอะไร แต่ว่านับว่าเป็นหัวใจที่สำคัญยิ่งกว่าข้ออื่นใดในเวลาแบบนี้… ล้มแล้วจำเป็นต้องลุกใหม่ ไปต่อไม่ติด ก็ต้องหาทางใหม่ เพราะว่าถ้าเกิดมีสติได้พวกเราก็คงจะมีสมอง มีความคิดที่เลือกอุบายที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเวลานั้นได้เช่นเดียวกัน ด้วยเหตุว่าไม่งั้น เวลามนุษย์เราเศร้าใจ พวกเราก็มักไม่ได้อยากต้องการจะได้อะไรอีกเลย มันก็ยิ่งห่วยแตกกว่าเก่าว่าไหมละครับริษัท.