การพัฒนาตัวเอง หรือการใช้ชีวิตให้ Productive (มีคุณภาพเป็นสิ่งที่หลายๆคนต้องการทำเป็น แต่ว่ามันไม่ง่ายเลย และก็มักมีหลายกระบวนการ จำต้องปรับแก้ชีวิตในหลายด้าน อีกทั้งหาวัตถุประสงค์ชีวิต (Life purpose) อีกทั้งปรับนิสัย (Habit) แต่ว่ามันก็คุ้ม ถ้าเกิดพวกเรากลับเนื้อกลับตัวได้

ความไม่ง่ายที่พวกเราจำต้องอีกทั้งขยัน มีวินัย รวมทั้งจะต้องเพียรพยายามรู้เรื่องอะไรหลายอย่าง ที่บางเวลาก็ทำให้หลงรู้เรื่องอะไรไม่ถูกได้อีกด้วย เหตุเพราะต้นสายปลายเหตุมันสลับซับซ้อนเหลือเกิน ไม่นับรวมการไปเรียนเรื่องเหล่านี้กับคนผิด แนวทางที่ไม่ถูกที่ทำให้ในที่สุดเว้นเสียแต่ชีวิตไม่ปรับปรุง ไม่เจริญก้าวหน้าไปไหน บางทีอาจแปลงเป็นถอยหลังไปแทนได้อีกด้วย

เหตุนี้เพื่อจะลดความสลับซับซ้อนของทุกๆสิ่งทุกๆอย่างในการพัฒนาตัวเอง หรือปรับปรุงชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ก็เลยขอชี้แนะทางหนึ่ง ซึ่งสามารถทำเป็นตั้งแต่เริ่ม ตลอดกาลจนกระทั่งแต่ละวันของชีวิต ด้วยการตอบปัญหาเพียงแค่ปัญหาเดียว หรือดังชื่อบทความที่ว่า เปลี่ยนชีวิต เพียงแต่คิดปัญหาเดียว ดังต่อไปนี้

อยากอะไรให้ถามตนเองเสมอ
กับปัญหาว่า อยากได้อะไร?” ที่ควรจะตั้งมั่นตอบตนเองด้วยเสมอ จะสามารถกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดความเคลื่อนไหวได้แทบโดยทันทีของชีวิต เป็นต้นว่า เวลาที่พวกเรากำลังเล่น facebook อยู่ พวกเราก็ถามตนเองขึ้นมาว่า ปรารถนาอะไรพวกเราบางทีอาจจะพบว่า พวกเรามิได้ปรารถนาอะไรเลย เมื่อนั้นพวกเราจะมีความรู้สึกว่านี่ พวกเรากำลังประพฤติตัวเองเสียเวล่ำเวลา หรือในแบบอย่างเดียวกันนี้ ถ้ามีคำตอบว่า เล่น facebook ในเวลานี้เพื่อมองชีวิตคนหนึ่ง ก็ถามตนเองถัดไปอีกว่า ที่มองชีวิตเขานั้น อยากได้อะไรพวกเราก็บางทีอาจจะเจอคำตอบคล้ายคลึงกัน เพราะเหตุว่าชีวิตเขาที่พวกเรามองนั้น มันก็มิได้ทำให้ชีวิตพวกเราดียิ่งขึ้นเลย นี่ก็กำลังเสียเวล่ำเวลา

หรืออีกแบบอย่าง ที่คำตอบบางครั้งก็อาจจะเป็นว่า เล่น facebook อยู่ในตอนนี้ เพื่อมองข่าว ตามการเปลี่ยนแปลงสังคม มองเป็นคำตอบที่ดี แต่ว่าเพราะเหตุใดจะต้องมองบน facebook ที่ที่เต็มไปด้วยข่าวสารล่อม รวมทั้งบ่อยมากเต็มไปด้วยความไม่เที่ยงตรงของสังคม การใส่อารมณ์ที่ทำให้พวกเราเครียด ส่งผ่านทางข้อคิดเห็นต่างๆ(ขึ้นกับติดตามเพจไหนด้วยซึ่งบนความจริง หากจะตามข้อมูลก็ควรจะเข้าเว็บไซต์ข่าวสารที่พวกเราชื่อถือ ส่วนใดส่วนหนึ่งก็ใช่ว่าจะมองข่าวบน facebook มิได้ แม้กระนั้นมันก็ได้โอกาสที่ทำให้พวกเรางง เสียเวล่ำเวลา เสียสมาธิ เผลอไปมองคลิปอื่น เรื่องผู้อื่นกระทั่ง… มิได้อ่านสาระจากข่าวสารสักครั้ง

รวมทั้งที่มากกว่านั้น บางคราวสิ่งที่พวกเราพึงพอใจกว่าจะแปลงเป็น Comment (ความเห็นซึ่งถ้าเกิดทวน พวกนั้นเป็นความนึกคิดคนอื่นๆ ที่เขาจะคิดกันเช่นไรก็ไม่น่าจะมีคุณประโยชน์ เล็กน้อยอาจมีสาระข้อพิสูจน์อยู่บ้าง แม้กระนั้นโดยมากอ่านเพียงแค่เพื่อตอบสนองอารมณ์ ความต้องการอยากจะรู้ว่าคนอื่นๆคิดอย่างไร เว้นเสียแต่ไม่เกี่ยวกับพวกเราแล้วยังเป็นสิ่งที่ยิ่งดึงพวกเราเข้าไป ให้กำเนิดอีกทั้งอารมณ์ร่วม(สุขภาพย่ำแย่จิตบางครั้งหลงข้อความสำคัญ เสียเวล่ำเวลามากยิ่งกว่าเดิม (สุดแล้วแต่ไตร่ตรอง)

โน่นเป็นเพียงแต่ หนึ่งแบบอย่างเล็กที่คงจะใกล้ตัว รวมทั้งคิดภาพได้ออก ซึ่งส่วนมากแล้วการที่พวกเราดำรงชีวิตไม่ Productive ก็เนื่องจากพวกเราใช้เวลาจำนวนมากไปกับเรื่องที่ไม่มีความจำเป็น การถามนี้เสมอๆยิ่งบ่อยมากยิ่งดี จะช่วยดึงให้พวกเรากลับมา Productive ได้ง่ายๆเลย

ในห้วงสภาวะที่อารมณ์
เว้นเสียแต่แบบอย่างข้างต้น ถ้าหากทดลองเบาๆทวนจะพบว่าพวกเราทำอะไรคล้ายคลึงกันนี้หลายครั้ง ดังเช่น เผลอนินทาเรื่องบุคคลอื่นเสียนาน เผลอดูกระเป๋า มองนาฬิกา มองรีวิวผลิตภัณฑ์ อยู่เสียนาน ที่อ่านจบ มองจบแล้ว ก็ขาดเงินซื้อ ไหมได้มีแผนสำหรับการจะซื้อ แล้วก็แน่ๆ เผลอหลงไหลเสียตังค์ซื้อไปแบบไม่ตั้งใจได้อีกต่างหาก

แม้กระทั้งการไปที่อันดับหนึ่ง ที่มองเห็น(เพียงแค่)รูปแล้วต้องการท่องเที่ยว แม้กระนั้นเมื่อสละเวลา และก็เสียเงินเสียทองไปและพบว่า ไม่มีอะไร มิได้บรรเทา หรือรู้สึกเฉยๆกับมัน นี่ก็อีกหนึ่งของ สภาวะที่พวกเราไหลไปกับอารมณ์โดยมิได้รำลึกว่ากำลังปรารถนาอะไร โดยความเป็นจริง

พวกเรามักแสดงออกไป ในสิ่งที่ แท้จริงพวกเราไม่อยาก

แม้กระนั้นในเหตุการณ์ที่วิจิตรกว่าของห้วงอารมณ์ อาทิเช่น ถ้าหากสิ่งที่ต้องการของพวกเราเป็น อยากที่จะให้แฟนกลับไปอยู่ที่บ้านเร็ว” แม้กระนั้นในวันที่เขากลับไปอยู่ที่บ้านช้า สิ่งที่พวกเราทำเป็น จินตนาการไปทางเลวโทรไปกระทบกระแทกแดกดัน หรือ รอคอยมองว่าเขาจะกลับมาตอนไหนบนความนึกคิดที่กำลังอคติ แล้ว งอน เงียบไม่ชอบใจใส่ กลุ่มนี้มีความคิดว่าผลสรุปที่ได้เป็นยังไง?

ถ้าเกิดพวกเรารำลึกได้ก่อนแล้วตอบปัญหาตนเองว่า ปรารถนาอะไรซึ่งคำตอบเป็น ต้องการให้แฟนกลับไปอยู่บ้านเร็ว ก็แค่โทรไปบอกเขาว่า ต้องการให้กลับไปอยู่บ้านเร็วหน่อย” จะด้วยเป็นห่วง นึกถึง กระทั่งกลุ้มใจเรื่องอะไร ก็บอกไปดีตรงๆจากที่ในใจอยากจริงๆแบบนี้ มีความรู้สึกว่าผลสรุปจะเป็นเยี่ยงไร หากแม้ผลจะออกมาไม่ดีนัก แม้กระนั้นขั้นต่ำก็ไม่ใช่พวกเราที่ไม่ถูก หรือเทียบกับแนวทางแบบแรกยังไงก็ตามกว่ากันแน่ๆ

ยังมีหลายภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้นมาจากกำลังขับบางประการในใจ อย่างเช่น การที่พวกเรามานะ ทำเสียงดังพากเพียรไปงานสายแต่งตัวให้แปลกไปหรือแสดงออกทางโลกออนไลน์บางสิ่ง อย่างเช่น เปลี่ยนรูปเป็นสีดำ เขียนใจความเสียดสีลอยๆกลุ่มนี้ส่วนมากพวกเราล้วนอยากได้อะไรบางอย่างจากการแสดงออกนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องให้คนพอใจ การพยายามทำให้ใครบางคนรู้เรื่อง หรือรับทราบบางสิ่ง สิ่งพวกนี้ถ้าหากถามตนเองจริงๆอีกทีกับปริศนาที่ว่า อยากอะไร?” พวกเราย่อมรู้ดีว่ามีแนวทางที่ง่ายยิ่งกว่า และก็ดีมากกว่า ดังเช่นว่า เพียงแต่ไปคุยกับใครซักคนตรงๆในเรื่องที่ขุนข้องหมองใจ ต้องการที่จะให้เขาพอใจ หรือต้องการให้คนใดกันช่วยเหลือ มากยิ่งกว่าแสดงออกไปๆมาๆมายแล้วไม่เคยได้สิ่งที่มีความต้องการจริงๆกลับมาเลย รวมและเพียงแค่เนื่องจาก พวกเรามิได้ถามตนเองก่อนว่า จริงๆปรารถนาอะไรพวกเราก็เลยมักแสดงออกไป ในสิ่งที่ ที่แท้พวกเรามิได้อยาก

อีกภาวะอารมณ์ ก็ตัวอย่างเช่น การเห็นข้าวของชิ้นหนึ่งชอบใจแล้วอยากได้ ถ้าพวกเราหยุดถามตนเองนิดหน่อย สมมุติว่าเป็นกระเป๋า แล้วคิดได้ก่อนว่า อยากได้อะไรกันแน่จากกระเป๋าใบนั้น” บางเวลาจะได้ทวนว่า กระเป๋ามีเพื่อใช้ แทนที่พวกเราจะพอใจใบที่มองเห็น พวกเราบางทีอาจรำลึกได้ว่า พวกเรายังมีอีกหลายใบที่เก็บอยู่ แล้วพวกเราก็เคยถูกใจเสมือนที่เป็นอยู่ในเวลานี้ แล้วถ้าหากเผลอไปซื้อมา มันก็จะเป็นอีกใบที่ซื้อมาเก็บและก็เลิกถูกใจ

แม้กระนั้นหากถามตนเองแล้วพบว่า ก็กระเป๋ามีอยู่ใบเดียวแล้วก็เก่ามากมายแล้ว การตัดสินใจซื้อก็นับว่ากำเนิดคุณประโยชน์

เรื่องของห้วงอารมณ์นี้ บางบุคคลบางทีอาจพิจารณาเห็นว่า นั่นก็คือ ความโกรธ กิเลส กิเลส อาลัย ต่างๆซึ่งมันก็ใช่ แม้กระนั้นมันบางทีอาจไม่ต้องไปรำลึกกันขนาดนั้น ตามที่บอก เพียงแค่ปัญหาเดียว เพียงแค่ถามตนเองให้ได้แต่ละวัน วันละหลายจังหวะ มั่นใจว่าชีวิตก็จะเบาๆแปรไปในหลายทาง

การพัฒนาตัวเองบนแผนการที่ใหญ่มากยิ่งกว่า
การเพียงแต่ตั้งข้อซักถามต่อตัวเองว่า อยากได้อะไร?” แล้วตอบกับตนเองอย่างจริงใจ ไม่เพียงแค่จะ ลด หยุด หรือทวน สิ่งที่จะทำให้เสียค่า หรือเสียเวล่ำเวลาของพวกเราไปในวันแล้ววันเล่า ถ้าหากใช้มันทวนรวมทั้งคนึงถึงจุดหมายใหญ่ ก็ยิ่งทำให้ชีวิตเข้าที่เข้าทางได้อย่างดีเยี่ยม ดังเช่น วัตถุประสงค์ปีนี้พวกเราเป็นคิดเงินให้ได้เพียงแค่นั้นเท่านี้บาท

เมื่อเวลามีบางเรื่องเข้ามา แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องที่ห่วย เรื่องที่เสียหายอะไรในเวลานั้น แม้กระนั้นมันอาจจะทำให้พวกเราไม่ออกนอกทาง แล้วกลับไปสู่สิ่งที่ใหญ่มากยิ่งกว่าได้ เสมือนเหมือนแบบอย่างเดิม มองเห็นกระเป๋าแล้วอยากได้ แม้ว่าจะไม่ผิดนักที่ซื้อในเมื่อใบเดิมเก่าแล้ว แต่ว่าแม้ สิ่งที่พวกเราอยาก” เป็นคิดบัญชีให้ได้ มัน ยิ่งใหญ่กว่า พวกเราบางทีอาจยินดีที่จะใช้กระเป๋าใบเดิมถัดไป และก็ใบใหม่จำเป็นจะต้องลดน้อยลงไปในทันทีทันใด

เพราะเหตุว่าหลายๆคนที่เคยผ่านการกำหนดเป้าหมายใหญ่มา พวกเราก็ชอบสูญเสียวัตถุประสงค์ หรือทำไม่ได้ เพียงแต่เพราะว่าความเข้าใจผิด ผิดหวัง หรือแพ้ต่อสิ่งเล็กอย่างนี้ล่ะ สะสมไปจนถึงจุดหมายใหญ่เบาๆไกลออกไป กระทั่งยากที่จะเปลี่ยนเป็นจริง นี่ก็เลยเป็นอีกสิ่งที่ช่วยยับยังการปลดปล่อยให้ตัวเราเองพังทลายจุดหมายใหญ่ไปทีละเล็กทีละน้อย เพียงแต่เพียรพยายามถามตนเองเอาไว้ว่า อยากได้อะไร?” ในวันนี้

อีกทีกับ ปรารถนาอะไร?”
อาจเป็นอีกทีที่จำเป็นต้องบอกหรือเขียนว่า ประเด็นนี้คงจะใช้ไม่ได้ถ้าหากไปเคยไปทดลองลงมือกระทำจริงๆเนื่องจากว่ามีไม่น้อยที่อาจมาพบเนื้อหานี้ ด้วยเหตุว่าเป็นคนถูกใจหาสาระดีให้ชีวิต หรือต้องการปรับปรุงตนเองยิ่งขึ้นไป แล้วก็แน่ๆถ้าหากถามคำถามว่าที่อ่านอยู่นี้ปรารถนาอะไร คำตอบย่อมต้องการที่จะให้ พวกเราดียิ่งขึ้น” ซึ่งมันก็ควรจะลงมือกระทำสักอย่างด้วย นี่ก็กำลังสะท้อนให้เสนอคำถามกับตนเองอีกทีว่า อยากอะไร ถ้าหากปรารถนาปรับปรุงก็อย่าลืม ลงมือกระทำบ้าง” ไม่ว่าจะอ่าน ฟัง ศึกษา หรือจะคิดในสิ่งดีขึ้นมาได้เองก็ตาม มันอาจปราศจากความหมายถ้าเกิดมิได้ทำมันเลย